“New normal”

อัปเดตเมื่อ 3 พ.ย. 2564




รูปแบบชีวิตการทำงาน อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล หลังปี 2020


แม้ว่าที่ผ่านมาจะมี Digital Disruption ค่อยๆเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เข้าถึงคนทุกกลุ่มทุกอาชีพ เท่ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19


เหตุการณ์ครั้งนี้เข้ามาเป็นตัวบังคับให้วิถีชีวิตของทุกคนบนโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนส่งผลให้พฤติกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าในอนาคตสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ก็อาจจะเกิดพฤติกรรมรูปแบบใหม่ของคนทำงาน ซึ่งเราจะเริ่มได้ยินคำว่า “New Normal” หรือความปกติแบบใหม่ มากขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อผลกระทบเกิดขึ้นกับทุกคนทุกตำแหน่ง ไม่ว่าวันนี้เราจะอยู่ในฐานะนักธุรกิจ ผู้บริหาร และนักลงทุนของบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลก หรือ เป็นพนักงานประจำ หรือ คนทำงานอิสระ ก็ล้วนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานแทบทั้งสิ้น และนี่คือตัวอย่างบางส่วนที่อาจจะเปลี่ยนไป หลังปี 2020


  • การเข้าสำนักงานเป็นประจำทุกวัน อาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เมื่อเราผ่านพ้นสถานการณ์ที่ต้อง WFH อย่างกระทันหันกันมาแล้ว ในอนาคตผู้บริหารอาจมองว่า เชื่อว่าการทำงานที่บ้าน (Work From Home) จะกลายเป็นเรื่องปกติได้ หลายๆ บริษัทจะเริ่มให้อิสระในการทำงานกับพนักงานมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาที่สำนักงานทุกวันแต่อย่างใด แต่เริ่มมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้ทำงานจากที่บ้านง่ายขึ้น เช่นระบบการประชุมออนไลน์, การแชร์ไฟล์ทำงานร่วมกัน

  • สำนักงานอาจกลับมาเป็นพื้นที่ปิดเหมือนสมัยก่อน ในบางบริษัท ยังมีความจำเป็นต้องใช้สำนักงานอยู่ ก็อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ จากเดิมที่เราเริ่มนิยมจัดสำนักงานแบบเปิดโล่ง (Open Plan Office) ไม่มีพาร์ทิชั่นกั้น ให้พื้นที่ทุกส่วนเชื่อมต่อกันทั้งหมด ก็อาจจะมีการเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำนักงานแบบปิดมากขึ้น เพราะพาร์ทิชั่นที่กั้นระหว่างโต๊ะทำงานจะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดีกว่า

  • การประชุมผ่าน VDO Conference จะเกิดขึ้นได้เป็นปกติ กับพนักงานทุกระดับ ที่ผ่านมาเราอาจจะพบว่าการประชุมผ่าน VDO Conference จะเกิดขึ้นเป็นประจำกับ พนักงานระดับสูง หรือระดับผู้บริหาร เนื่องจากมีภารกิจมากมายที่ทำให้ไม่สามารถเข้าประชุมทุกครั้งได้ แต่หลังจากนี้ ไม่ว่าจะทำงานหน้าที่ใด เราอาจต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้จนกลายเป็นเรื่องปกติมากกว่าที่ผ่านมา

  • ในแง่ของการหางาน และ การจ้างงาน กลุ่มคนที่ต้องการทำงานที่บ้าน จะเริ่มมีโอกาสมากขึ้นกว่าสมัยก่อน จากเดิมคนทำงานที่บ้านอาจจะหมายถึง ฟรีแล๊นซ์เท่านั้น แต่หลังจากนี้ หากบริษัทไหนมีนโยบายเปิดโอกาสให้ทำงานที่บ้านได้มากขึ้น อาจเป็นแรงจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาสมัครงาน เพราะสามารถได้ทำงานประจำ มีรายได้ประจำ แต่ก็ยังได้อิสระไปพร้อมๆกัน

  • เทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ที่ทุกคนต้องปรับตัว ซึ่งไม่ใช่การเลือกว่าจะปรับหรือไม่ปรับ แต่หลังจากนี้ เราจะถูกโลกบังคับให้เราต้องปรับให้ได้ ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องของ การประชุมผ่าน VDO Conference เท่านั้น ยังรวมไปถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอื่นๆ ด้วย เช่นการเรียกใช้บริการ วิ่งรับ-ส่งเอกสารผ่านแอพ, การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยในการทำงาน จะเห็นได้จาก ความโด่งดังในระยะเวลาไม่นานของ Zoom หรือ อีกหลายแบรนด์ ที่คนต้องยอมปรับตัวเพื่อเรียนรู้ทันทีเพราะมีความจำเป็นต้องใช้งานให้ได้

  • การใช้พื้นที่สำนักงานน้อยลง โดยบริษัทฯ เริ่มปรับรูปแบบการทำงานให้ทุกคน Work form home กันมากขึ้น มีการประชุมออนไลน์ และ ใช้เอกสารในรูปแบบ E-Document


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนที่ หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาของ โควิด ชีวิตในการทำงานของเราอาจจะไม่มีวันกลับไปเป็นแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งที่เราเรียนรู้จากสถานการณ์นี้ และ เป็นอย่างเดียวที่เราทำงาน ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำงานอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม

“เมื่อโลกเปลี่ยน เราต้องปรับ” อย่าลังเล อย่ามีข้อแม่ในการเรียนรู้ อย่ายึดติดกับความเคยชินเดิมๆ เพราะในอนาคตทักษะสำคัญ ที่เราอาจต้องใช้บ่อยที่สุด อาจจะเป็น“ทักษะในการปรับตัว” ก็เป็นได้