8 Checklists ที่องค์กรต้องมี ส่งเสริมสภาพแวดล้อมเชิงบวกในการทำงาน


สถานที่ทำงาน ถือเป็นจุดศูนย์รวมของพนักงานที่ต่างคนต่างมารวมตัวกันเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ โดยในแต่ละวัน พนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการทำงาน เพื่อผลิตผลงานและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้กับองค์กร ซึ่งหากสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เอื้อหรืออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงาน อาจส่งผลต่อผลิตผลและประสิทธิภาพในการทำงานได้

โดยสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี คือสถานที่ทำงานที่ส่งเสริมความปลอดภัย มีบรรยากาศในการทำงานที่มีความสุข มีแรงจูงใจในการเติบโต และสามารถให้แรงผลักดันไปสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ โดยสภาพแวดล้อมเชิงบวกเหล่านี้ จะช่วยให้พนักงานแสดงศักยภาพได้มากที่สุด ยิ่งพนักงานได้รับการสนับสนุนส่งเสริมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จต่อองค์กรมากขึ้นเท่านั้น WellExp จึงอยากให้ HR และองค์กรเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวก ทั้ง 8 ประการ ให้เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรมภายในองค์กร


1. ส่งเสริมบรรยากาศเพื่อผลผลิต (Productive atmosphere)

สภาพแวดล้อมการทำงานในเชิงบวกควรเป็นสถานที่ปลอดภัย ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการทำงาน เพราะสภาวะรอบข้างระหว่างการทำงาน ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานแทบทั้งสื้น เช่น เสียงที่ดังมากเกินไป แสงสว่างที่มีไม่เพียงพอ อากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อม ทีให้การสนับสนุนการทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ

2. ส่งเสริมการสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา (Open and honest communication)

อีกปัจจัยที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกในการทำงานคือ การที่สามารถมีพื้นที่ให้พนักงานได้สื่อสารกันอย่างสะดวก สร้างสรรค์ และตรงไปตรงมาก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน สามารถแบ่งปันความคิดเห็นต่างๆ รวมถึงเป็นสถานที่ที่ให้แรงจูงใจในการสำรวจแนวทางใหม่ๆ ในการทำงานได้ ดังนั้นควรมีช่องทางที่สามารถพูดคุยกันต่อหน้า และช่องทางทางเทคโนโลยีที่สามารถให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นผ่านหน้าจอได้ เพราะยิ่งพนักงานรู้สึกว่าปากเสียงของตนเองมีความสำคัญต่อองค์กรมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าในงานของตนเองมากขึ้น

3. ให้อิสระในการทำงาน (Provide freedom and flexibility)

สภาพแวดล้อมเชิงบวกจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากพนักงานเต็มไปด้วยความกดดันในการทำงาน การโดนควบคุมพฤติรรรมและวิธีการทำงานทุกฝีก้าว ดังนั้นการให้อิสระในการทำงาน ให้พนักงานสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท โดยดูที่ตัวผลงานเป็นสำคัญ ก็จะยิ่งช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไม่ถูกกดดันด้วยการตีกรอบการทำงานได้


4.ส่งเสริมความมีน้ำใจซึ่งกันและกัน (Compassionate team members)

ปัจจัยในข้อนี้นับว่าส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานเชิงบวกเป็นอย่างมาก ในองค์กรที่พนักงานเต็มไปด้วยความมีน้ำใจ เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน จะยิ่งส่งเสริมความความแน่นแฟ้น การทำงานเป็นทีม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว หากองค์กรสามารถสร้างวัฒนกรรมแห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก็จะยิ่งส่งเสริมสภาพแวดล้อมเชิงบวกให้กับองค์กรได้มากขึ้น


5. ให้การเสริมแรงเชิงบวก (Positive reinforcement)

การเสริมแรงเชิงบวกเป็นวิธีที่ HR และองค์กร สามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัลเมื่อทำโครงการต่างๆ สำเร็จลุล่วง หรือการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ยืดหยุ่นตามที่แต่ละคนต้องการ (Flexible Benefit) หรือการเลี้ยงอาหารเพื่อการเฉลิมฉลองในโอกาสทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อรางวัลหรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการทุ่มเททำงานนั้นๆ


6. สร้างโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ (Growth opportunities)

สถานที่ทำงานที่ดีควรสามารถสร้างแรงบันดาลใจและท้าทาย เพื่อผลักดันให้พนักงานพัฒนาทักษะได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะความต้องการของบุคคลล้วนอยากก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น หากองค์กรสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ นอกจากพนักงานจะมีแรงกระตุ้นในการสร้างผลงานที่ดี ทุ่มเทประสิทธิภาพในการทำผลงาน ยังจะช่วยรักษาพนักงานที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรต่อไปในระยะยาวได้


7. เสริมสร้างความคิดเชิงบวก (Positive thinking)

นอกจากการส่งเสริมจากปัจจัยภายนอก การเสริมสร้างปัจจัยภายในอย่างการมองโลกในเชิงบวก ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการมองวิกฤตเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพก้าวข้ามขีดจำกัดของตังเอง การยอมรับในสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ การมองเห็นประโยชน์ของการมาทำงานในทุกวัน การเห็นคุณค่าของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ทัศนคติการใช้ชีวิตเชิงบวก ล้วนยิ่งส่งเสริมให้องค์กรมีสภาพแวดที่น่าอยู่มากขึ้น


8.เสริมสร้างสมดุลชีวิตการทำงานที่ดี (Good work-life balance)

สภาพแวดล้อมในการทำงานจะห้อมล้อมด้วยพนักงานที่มีความสุขไม่ได้เลย หากชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวนั้นไม่สมดุลกัน ดังนั้นสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ควรมีนโยบายที่เอื้อให้พนักงานสามารถมีความสุขทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว เช่น การแบ่งเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวของพนักงานอย่างชัดเจน หรือการไม่ตามงานในหยุดพักผ่อนของพนักงานเป็นต้น


จะเห็นได้ว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการทำงานของพนักงาน อีกทั้งประสบการณ์ของพนักงานแต่ละคนในองค์กรนั้น ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงาน ความรู้สึกต่อวัฒนธรรมองค์กร ความรู้สึกต่อตัวงาน โอกาสในการเติบโต ปัจจัยแต่ละอย่างเหล่านี้ถือเป็นเสาหลัก ที่ HR และองค์กรควรสร้าง เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จต่อไปได้


ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.indeed.com/career-advice/career-development/positive-working-environment

https://lifebeyondnumbers.com/how-to-create-a-positive-work-environment-to-motivate-your-employees/