7 ไอเดียไม่ลับ! ช่วยดึงดูดเหล่า talents gen Z




ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มมีการปรับตัวเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงาน รวมถึงปรับตัวเพื่อรักษาพนักงานในองค์กรให้ทำงานกับตนนานขึ้นด้วย แต่ในปัจจุบันนี้เป็นยุคที่เหล่าTechnology savvy หรือกลุ่มคนผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีอย่างคนเจน Z เริ่มเข้าสู่การทำงาน และมีบทบาทในที่ทำงานมากขึ้น คนเหล่านี้มาพร้อมกับความต้องการ และความคาดหวังส่วนตัว

เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือการจัดให้ออฟฟิศมีบรรยากาศที่น่าทำงาน อาจจะตอบโจทย์กับคนเจนเนอเรชั่นวาย แต่ทั้งหมดนี้อาจจะยังไม่สามารถดึงดูดให้คนเจนZ เข้ามาทำงานกับองค์กรได้มากพอ ถึงแม้ว่าในตอนนี้คนกลุ่มนี้จะยังไม่ได้มีบทบาท หรือมีอำนาจมากในวงการธุรกิจ แต่อีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นคนส่วนมากในที่ทำงานอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่HR จะต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจในไลฟ์สไตล์รวมไปถึงความต้องการของคนเจนนี้ให้ดี

อะไรกันล่ะ ที่ดึงดูดคนเจนเนอเรชั่นซี ?

ความมั่นคงทางการเงิน



คนเจนซี ต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ ที่มองว่าความมั่นคงคือการทำงานกับบริษัทใหญ่ หรือการรับข้าราชการ แต่คนเจนนี้จะมองว่าความมั่นคงหมายถึงเรื่องของเงินมากกว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนที่สูง เทียบเท่าพอ ๆ กับวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการทำงานที่ยืดหยุ่น สาเหตุอาจมาจากการที่ต้องประสบกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงภาวะทางเศรษฐกิจที่ได้พบเจอ ทำให้พวกเขาให้ความสำคัญในเรื่องเงินค่อนข้างมาก

ลักษณะสำคัญของคนกลุ่มนี้คือการเป็นคนที่ค่อนข้างอิสระ และทำงานหนัก หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินความเชื่อว่าคนเจนนี้รักสบาย และเกี่ยงงานหนัก แต่ความจริงแล้ว ผลสำรวจจาก Monster survey พบว่ากว่า 58% ของคนเจนนี้ทำงานล่วงเวลา รวมถึงทำงานในวันหยุดเพื่อค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกันกับBaby boomer และ Generation X ที่มีจำนวนตัวเลขเพียง 40%

ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางสังคม


เรามักจะเห็นคนรุ่นใหม่มีความสนใจต่อองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ตัวอย่างเช่นในเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าง climate change การมีนโยบายธุรกิจสีเขียว จะช่วยให้คนยุคใหม่สนใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างการทำ CSR หรือ corporate social responsibility ก็มีส่วนเช่นกัน ว่ากันว่าคนเจนซี เป็นนักค้นคว้า พวกเขาใส่ใจกับปัญหาโลก และศึกษามันได้ง่ายและรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น เนื่องจากความรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่เป็นสิ่งที่โตมาพร้อมกับพวกเขา


โครงสร้างและทิศทางการทำงานที่แน่นอน


คนเจนนี้ต้องการการทำงานแบบremoteหรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นการให้ทางเลือกกับพวกเขา การมีเป้าหมายให้ชัดเจนว่างานนี้ทำไปเพื่ออะไร ให้อะไรต่อตัวคนทำ และให้อะไรต่อสังคม ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานที่คนเจนนี้คาดหวังไว้

บริษัทควรปรับตัวอย่างไร เพื่อต้อนรับคนgeneration Z

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ในหลาย ๆ บริษัทก็ควรที่จะต้องวางแผนเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน


การทำงานแบบยืดหยุ่น


ในยุคนี้การทำงานแบบremote หรือการให้ตัวเลือกกับgeneration Z ถือว่าสำคัญมากที่สุด การเพิ่มขึ้นของการทำงานแบบ anywhere ทำงานได้ทุกที่เพียงแค่มีเทคโนโลยีทำให้บริษัทจำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของคนเจนนี้

แต่ในขณะเดียวกันการปรับตัวนี้ก็เป็นเรื่องยากกับบางธุรกิจ เพราะมีการปฏิบัติที่ทำมาเป็นเวลานาน ทั้งมีกฎที่เคร่งครัดเรื่องเวลาอีกด้วย แต่เพื่อการดึงดูดคนมีความสามารถให้เข้ามาทำงานกับองค์กร HR จำเป็นที่จะต้องเริ่มคิดและวางแผนในการเปลี่ยนตรงนี้


โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา


การให้โอกาสในการพัฒนาและเรียนรู้ในสายงานถือว่าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับคนเจเนอเรชั่นนี้ คนเจนซีคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และพวกเขามองว่าการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เชี่ยวชาญเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ข้อดีของการลงทุนในด้านการพัฒนา พบว่าคนเจนซีเห็นคุณค่าในการศึกษาและการเรียนรู้มาก ดังนั้นการลงทุนค่าคอร์ส หรือลงทุนกับเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาทักษะการทำงาน จะเกิดผลดีและช่วยอัปสกิลพนักงาน จนสามารถพัฒนาผลงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี


เทคโนโลยีถือว่าเป็นหัวใจของคนเจนซีเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ยังสามารถปรับตัวและคุ้นเคยกับการพัฒนาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้รวดเร็วอีกด้วย เทคโนโลยีจะมีผลต่อการดึงดูดคนเจนซีให้เข้ามาในองค์กรมากขึ้น สำหรับคนยุคก่อนJob board อาจจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดพวกเขา ต่างจากปัจจุบันที่แคมเปญต่าง ๆ ในโซเชี่ยลมีเดีย จะสามารถช่วยดึงดูดคนเจนซีได้มากกว่า รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่าง AR และ VR มาช่วยในการเทรนนิ่งก็สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี

อีกเรื่องที่เราอาจจะมองข้ามไปก็คือ การรีวิวบริษัทตามอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น ในกูเกิ้ลริวิว คนรุ่นใหม่มักจะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนมาก ดังนั้นข้อมูลรีวิวที่มีในอินเตอร์เน็ต รวมถึงเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ก็ช่วยในการดึงดูดได้เช่นกัน


ความจริงใจของบริษัท


การที่บริษัทนำเสนอตัวเองด้วยข้อดีที่มากเกินไป หรือการโฆษณาแบบเกินจริง แต่ความจริงแล้วไม่เป็นไปตามนั้น จนเกิดสิ่งที่เรียกกันว่า “ไม่ตรงปก” จะทำให้บริษัทไม่มีความน่าเชื่อถือและดูติดลบได้อีกด้วย ในความจริงแล้วบริษัทควรบอกถึงข้อดี โอกาสในการก้าวหน้า และสิ่งดึงดูดใจต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรบอกข้อจำกัด หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่พนักงานที่เข้ามาจะต้องเจออย่างตรงไปตรงมา และจริงใจที่สุด เพียงเท่านี้พวกเขาก็จะสัมผัสได้ถึงความจริงใจ และไม่เห็นแก่ตัวขององค์กร ซึ่งจะสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างมาก

สุดท้ายนี้ คนเจนซี คือการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ HR ที่แท้จริง พวกเขามาพร้อมกับแนวคิด ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่จะส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมองค์กร แต่เชื่อเถอะว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะดีขึ้นและเป็นผลประโยชน์ต่อทุกคนในองค์กรอย่างแน่นอน



แหล่งข้อมูลจาก : https://bit.ly/3dTdfPo