7 เคล็ดลับ ปรับนิสัยสมองอย่างไร ให้ Performance ปัง



การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่ HR และองค์กรต้องการให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน วันนี้ WellExp จึงพาไปรู้จักวิธีการปรับสมองให้เปลี่ยนนิสัยที่ไม่พึงปรารถนาในการทำงาน เพื่อให้ HR และองค์กร สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพของพนักงาน ให้ประสบความสำเร็จในการทำงานได้มากขึ้น


โดยนิสัยนั้น คือพฤติกรรมอัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับสมองผ่านการทำซ้ำ จนเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เราสามารถทำสิ่งนั้นโดยเป็นกิจวัตรหรือเป็นอัตโนมัติได้ โดยไม่ต้องใช้สติสั่งการควบคุมให้ทำกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งต้องอาศัย 3 วงจร (3 Habit loop) ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ดังนี้


1. คิว (CUE) เป็นตัวกระตุ้นทางร่างกาย จิตใจ หรืออารมณ์ที่ส่งคำสั่งไปยังสมองให้ทำกิจกรรมนั้น ๆ

2. กิจวัตร (ROUTINE) คือการกระทำที่ถูกส่งมาจากการสั่งงานของสมอง

3. รางวัล (REWARD) หรือผลตอบกลับที่ช่วยให้สมองรับรู้ ว่ากิจกรรมนี้มีค่าควรแก่การจดจำและทำซ้ำในอนาคตหรือไม่


ทั้งนี้ สมองของเรานั้น เก็บผลลัพธ์ของนิสัยแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน หากผลตอบกลับที่ได้เป็นไปในทางที่บวกสมองก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ เมื่อสัญญาณกระตุ้นกลับมาอีกครั้ง โดย Habit loop ที่ได้ประสิทธิภาพ ต้องใช้เวลาสร้างการเชื่อมโยงการทำงานของสมองประมาณสองถึงสามสัปดาห์หรือ 14-21 วันเป็นอย่างต่ำ โดยสามารถพัฒนาตาม 7 ขั้นตอนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้


1.ระบุนิสัยที่ต้องการได้มา (Identify habits to acquire)

เพื่อสร้างเป้าหมายในการเปลี่ยนนิสัย ประการแรกจึงต้องนึกถึงสิ่งที่เราต้องการได้รับจากการเปลี่ยนนิสัย เช่น ต้องการมาทำงานตรงเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการมาสายมากเกินไป เป็นต้น


2.นิสัยใดที่ต้องการล้มเลิก (Identify unwanted habits)

ประการต่อมา เพื่อป้องกันปัญหาอุปสรรคในการเปลี่ยนนิสัย ต้องสามารถระบุได้ว่า นิสัยไม่ดีด้านใดที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่ดีนั้นๆ เช่น การเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน จนทำให้นอนดึก เป็นต้น


3.เชื่อมโยงตัวกระตุ้นกับนิสัย (Connection between Cues and habits)

โดยขั้นตอนนี้ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ต้องได้รับการกระตุ้นเป็นกิจวัตรด้วยการทำซ้ำๆ เพื่อให้สมองเกิดการรับรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น นอนก่อนสี่ทุ่ม โดยอาบน้ำและปิดไฟนอน ไม่วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัว และตื่นเป็นเวลาเดียวกันในทุก ๆ วัน เป็นต้น


4.มีแผนสำรองเสมอ (Develop a substitute plan)

การเปลี่ยนนิสัยไม่จำเป็นต้องหยุดพฤติกรรมเสมอไป แต่สามารถเป็นการหาสิ่งที่ทดแทนกันมาใช้ได้ ในกรณีที่กิจวัตรประจำวันที่เตรียมไว้นั้นใช้ไม่ได้ผล เช่น หากนอนไม่หลับ แทนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็เปลี่ยนไปเป็นอ่านหนังสือ เป็นต้น


5.ใช้การแจ้งเตือนให้เกิดประโยชน์ (Rely on prompts)

เสียงหรือการแจ้งเตือนถือเป็นสิ่งที่กระตุ้นการทำงานของสมองได้อย่างดี ดังนั้นการตั้งนาฬิกาปลุกในทุกๆ วัน ย่อมเป็นการย้ำเตือนถึงกิจวัตรที่ต้องทำซ้ำๆ และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอาจตั้งเป็นเพลงป็อปจังหวะสนุกๆ เนื่องจากการศึกษาพบว่าจะช่วยให้มีการรับข้อมูลดีขึ้นถึง 58%


6.ยืนหยัดให้ผลตอบกลับเป็นรางวัล (Affirm and provide reward)

เมื่อทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้คือความต้องการล้มเลิก เพราะเกิดคำถามในใจว่าทำไมถึงต้องพยายามปรับนิสัยดังกล่าวนี้ ดังนั้นสิ่งที่ช่วยหยุดความคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นสูญเปล่า คือการเสริมแรงทางบวกหรือการให้รางวัล โดยต้องเป็นรางวัลที่จะไม่ทำให้เกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เดิมอีก ๆ เช่น นโนบายในที่ทำงานสามารถให้รางวัลคนที่มาทำงานเช้า ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยขยัน หรืออาหารเช้า เป็นต้น


7.อดทนเท่านั้นถึงจะชนะ (Be patient)

หนทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน ความอดทนทำให้ให้เป็นกิจวัตรอย่างน้อย 3 อาทิตย์จึงเป็นสิ่งที่ต้องยึดมั่นเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงที่สมองต้องใช้เวลาในการสร้างนิสัยใหม่ๆ เท่านั้น แต่สมองยังต้องใช้เวลาในการทำลายนิสัยเก่าออกไป ดังนั้นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน เป็นช่วงที่สมองทำงานหนักเป็น 2 เท่า อาจมีบางช่วงที่เราอยากคิดล้มเลิกเพราะสมองเหนื่อยล้า ดังนั้นอย่าพลาดท่าล้มเลิกกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่เช่นต้องเริ่มปรับพฤติกรรมใหม่ตั้งแต่ต้น


สิ่งที่ HR และองค์กรต้องตระหนักไว้เสมอว่า นิสัยที่ดีเกิดมาจากการปลูกฝังและเสริมสร้าง ในขณะที่นิสัยที่ไม่ดีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยทั้งสองขั้นตอนนั้นล้วนต้องใช้ความพยายามและเวลา ดังนั้น การเสริมแรงทางบวกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันให้เกิดนิสัยที่พึงปรารถนาได้ นอกจากนั้นยังต้องหมั่นคอยคอยตรวจสอบปัญหาและความก้าวหน้าระหว่างกระบวนการ เพื่อให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถดำเนินไปได้อย่างลุล่วง


ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.insperity.com/blog/how-to-form-habits/

https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fpsyg.2020.01815/full

https://rapport.tw/2017/02/27/music-at-work/