6 วิธีสร้าง Employee Experience ให้มีประสิทธิภาพในยุค 2021


เคยไหมกับการที่ต้องทุ่มเทแรงใจและแรงกายอย่างหนักในการ “จุดไฟ” ให้พนักงานในองค์กร เพื่อกระตุ้นให้พวกเขามีส่วนร่วม มีไฟในการทำงานอย่างกระตือรือร้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ การลดชั่วโมงการประชุม การให้เวลาว่างกับพนักงานมากขึ้น


แต่ก็ดูเหมือนไฟที่พยายามจะจุด ดูจะริบหรี่และไม่ได้ผลเอาซะเลย พนักงานก็ยังคงดูไม่มีส่วนร่วม ไม่มีชีวิตชีวา และไม่กระตือรือร้น แล้วยิ่งถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ล่ะก็ สามารถทำให้พนักงานขาดความสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ด้วยนะ


ที่จริงแล้ว การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความร่วมมือ หรือการให้เวลาว่างกับพนักงานนั้นไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการจะช่วยจุดไฟพวกเขาเลยคือการ Motivate ให้พวกเขารู้สึกสนุก สำคัญ และรู้สึกว่างานของเขาสร้างคุณค่าบางอย่างต่างหาก


“จุดไฟง่าย ๆ ด้วยหลัก 3Ps”

Play Purpose และ Potential วัตถุดิบสำคัญสำหรับการสร้างแรงกระตุ้นให้กับพนักงานในองค์กร

Play ตัวPแรกนี้ ไม่ได้กล่าวถึงจุดหมายปลายทางของการทำงาน แต่ P ตัวนี้หมายถึงเรื่องราวระหว่างการเดินทางไปสู่จุดหมาย ไม่ว่าจะเป็น ความแปลกใหม่ ประสบการณ์ที่ไม่เคยได้พบมาก่อน รวมไปถึงการได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ


งานวิจัยจาก Doshi และ McGregor โชว์ให้เห็นว่า พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมอย่างสูง และที่สำคัญเลยคือมีไอเดียใหม่ ๆที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทสูงขึ้น เมื่อบริษัทกระตุ้นด้วยการใช้หลัก Play


การให้พนักงานได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทดลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน จะทำให้พวกเขารู้สึกสนุกสนานกับการทำงานมากกว่าที่เคย


ยกตัวอย่างตำแหน่งลูกเรือของสายการบิน Southwest Airlines หากใครเคยขึ้นสายการบินนี้จะเห็นได้เลยว่า ลูกเรือของสายการบิน ให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว พูดคุยกับผู้โดยสารและเล่นมุกเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ การเปิดโอกาสให้ลูกเรือได้พูดคุยและเริ่มบทสนทนาที่ชาญฉลาดพวกนี้ทำให้พวกเขามีความสุขกับความสามารถในการสร้างรอยยิ้มของตัวเอง ที่สำคัญยังทำให้ผู้โดยสารพึงพอใจกับบริการที่ได้รับ เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อทั้งพนักงานและลูกค้าอีกด้วย


“ถ้าคุณได้ทำงานที่คุณสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ และได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา คุณจะมีไฟและมีแรงกระตุ้นที่จะทำงานนั้น ๆ อย่างกระตือรือร้น”

Purpose

สำหรับ P ตัวที่2นี้ สำคัญมากในการกระตุ้นทีม

Purpose ในที่นี้หมายถึง การที่พนักงานเชื่อว่างานที่พวกเขาทำนั้นสำคัญและมีคุณค่าทั้งต่อตัวเอง องค์กร และสังคม ทั้งนี้ก็รวมไปถึงผลลัพธ์ของการพยายามทำงานอย่างหนักด้วย

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดสำหรับ Purpose

พนักงานหลายคนในบริษัทผลิตเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้พิการ รู้สึกได้เติมเต็มและให้คุณค่าต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่พวกเขาได้ช่วยเหลือให้ลูกค้าหลายคนได้ยินเสียง หากลองจินตนาการถึงเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยได้ยินเสียงมาก่อนในชีวิต แต่คุณคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้ยินเสียงพ่อแม่เป็นครั้งแรก สิ่งนั้นแหละคือความภูมิใจ และทำให้คุณรู้สึกว่างานนั้นสำคัญและให้คุณค่าต่อคนบนโลกนี้อย่างมากมาย


และที่สำคัญหากเมื่อใดก็ตามที่พนักงานของเรา รู้สึกว่างานที่เขาทำ สามารถทดแทนได้ ใครก็มาทำแทนได้ ลักษณะงาน คือการต้องทำตามคำสั่งอย่างเดียว และทำแบบเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่ได้มีการใช้ความสร้างสรรค์ใด ๆ จะทำให้พวกเขารู้สึกเบื่อหน่าย และไม่พอใจได้


ดังนั้นหลัก Purpose ตัวนี้คือการทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหางานที่เกิดขึ้น ได้ทำงานด้วยความท้าทาย ให้คุณค่า และที่สำคัญเลยคือให้โอกาสพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของงานนั้น ๆ อย่างเต็มที่



และP สุดท้าย คือ Potential หรือสิ่งที่งานได้พัฒนาศักยภาพในตัวพวกเขา สิ่งนี้เปรียบเสมือนเป็นของแถมพิเศษสำหรับพนักงาน

ถ้าเปรียบกับการวิ่ง Play ก็คือความรู้สึกสนุกในระหว่างการวิ่ง

Purpose คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมวิ่งและความหมายที่ได้จากคอมมูนิตี้นี้

ส่วน Potential คือร่างกายที่แข็งแรงเพราะวิ่งนั่นเอง

แล้วพนักงานจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองมี potentialอะไร?


เรื่องนี้แหละคือความท้าทายที่ผู้นำจะต้องรับมือ โดยจะต้องมองเห็นและดึงศักยภาพในตัวพนักงานที่โดดเด่นออกมาให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญจะต้องให้ฟีดแบ็คต่อพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้นำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป


สุดท้ายนี้จะเห็นได้เลยว่าหลัก 3Ps ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของการทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้พัฒนาตัวเอง อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พวกเขา หากองค์กรใดนำหลักการนี้ไปปรับใช้ เชื่อได้เลยว่าจะสามารถเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยจุดไฟในการทำงานให้พนักงานกลับมาโชติช่วงอีกครั้งอย่างแน่นอน



ข้อมูลจาก

: https://www.hrmonline.com.au/employee-engagement/motivate-remote-employees/

:comebackcommunity.co.uk

:mightyrecruiter.com