นำเสนอ Flexible Benefits อย่างไรให้พนักงานสนใจ?

อัปเดตเมื่อ 3 พ.ย. 2564


แม้คำว่า Flexible Benefits อาจจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนสนใจและเป็นตัวเลือกในการทำงานในช่วงหลังนี้ แต่ก็ยังมีหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้จัก หรือไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากยังชื่นชอบกับการรับสวัสดิการแบบเดิม ซึ่งเป็นรูปแบบตายตัวอยู่ และนั่นทำให้ฝ่ายบุคคลของหลายๆ องค์กรอาจจะยังไม่คุ้นชินกับการนำเสนอแผน Flexible Benefits ให้กับพนักงานเท่าไรนัก


เช่นเดียวกับพนักงานบางคนพอฟังเงื่อนไขและตัวเลือกต่างๆ ก็อาจจะมีความสับสนได้อยู่เหมือนกัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การนำเสนอแผน Flexible Benefits ก็ต้องมีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย เพื่อให้พนักงานรู้จัก เข้าใจและพิจารณาได้โดยไม่เกิดปัญหาตามมา ซึ่งหลักการนำเสนอต่างๆ ก็พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1. ทำการเปรียบเทียบตัวเลือกแบบต่างๆ รวมทั้งอธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละตัวเลือก

Flexible Benefits หลายอย่างนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ดีเท่าไร ยิ่งถ้าเป็นการอ่านข้อความเยอะๆ ก็อาจจะสับสนได้ง่าย นั่นทำให้การนำเสนอแผน Flexible Benefits นั้นมักจะมีการทำตารางเปรียบเทียบ เพื่อให้พนักงานเห็นความแตกต่าง ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

2. การจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เห็นคุณประโยชน์ของแต่ละแบบ

การอธิบายตัวคุณสมบัติของ Flexible Benefits อาจจะยังไม่พอทำให้หลายคนเห็นภาพ หรือนึกไม่ออกว่าจะได้ประโยชน์จริงๆ อย่างไร นั่นทำให้การจำลองสถานการณ์แบบต่างๆ มาทำให้พนักงานเห็นภาพมากขึ้น เช่นถ้าเป็นพนักงานที่มีอาการเจ็บป่วยแล้วเลือกแผนแรก จะเกิดสถานการณ์อะไร จะได้รับผลประโยชน์อะไร เช่นเดียวกับถ้าเลือกแผนสองแล้วจะได้รับผลประโยชน์แบบไหน เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าใจและตัดสินใจเลือกแผนได้ถูกต้อง

3. การนำเสนอความเป็นไปได้ทั้งแบบที่ดีและแบบที่แย่

เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดนั้น การนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า Best Case Scenario และ Worst Case Scenario ก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน เพื่อให้เห็นว่าอาจจะเกิดสถานการณ์ที่เป็นปัญหาบางอย่างซึ่งมีผลกระทบจากตัว Flexible Benefits ที่เลือก ซึ่งนั่นจะเลี่ยงการเกิดข้อพิพาทหรือเข้าใจผิดภายหลังที่เลือกแผนไปแล้วและเกิดปัญหาตามมาภายหลัง

การสื่อสารในองค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะเห็นได้ว่าเรื่องสำคัญมากของการอธิบาย Flexible Benefits ให้กับพนักงาน คือการทำให้เขาเข้าใจและเห็นภาพของตัวเลือกแบบต่างๆ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด ตีความไปในทางที่ไม่ถูกต้องจนนำมาสู่ปัญหากับองค์กรในภายหลังนั่นเอง



แนวทาง 3 ข้อข้างต้นนั้นจึงเป็นเรื่อพื้นฐานที่ฝ่ายบุคคลที่เลือกจะใช้ Flexible Benefits ควรพิจารณานำมาใช้เพื่อนำเสนอให้กับพนักงานขององค์กร และทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้นั่นเอง